ประเภทของตู้คอนซูมเมอร์ ซื้ออย่างไรให้เหมาะสม
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2025

ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) หรือตู้ไฟ ถือเป็นศูนย์รวมของระบบไฟฟ้าเพราะเป็นตัวเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านและอาคาร ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าจากมิเตอร์สู่บ้านหรืออาคารพาณิชย์ ภายในตู้ไฟจะประกอบด้วย
- เมนเบรกเกอร์ (Main Breaker) ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟเข้า-ออกทั้งหมด
- เบรกเกอร์ย่อย (Circuit Breakers) สำหรับควบคุมวงจรย่อย และอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว ไฟดูด ไฟเกิน ไฟช็อต RCD (Residual Current Devices) / RCBO (Residual Current Circuit Breaker with Overcurrent Protection) หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ช่วยให้สะดวกต่อการควบคุมและป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า เช่น ไฟรั่ว ไฟช็อต ไปจนถึงเพลิงไหม้ รวมถึงใช้เป็นจุดสำหรับตรวจบำรุงและตรวจสอบระบบการทำงานเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยและผู้ใช้งาน
ประเภทของตู้คอนซูมเมอร์
- ตู้คอนซูมเมอร์แบบปลั๊กออน (Plug-on) มีความปลอดภัยสูง สามารถติดตั้งได้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องเดินสายไฟจากเมนเบรกเกอร์ไปยังเบรกเกอร์ลูกย่อย สามารถนำเบรกเกอร์ไปติดที่บัสบาร์ (อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบไฟฟ้าเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟหรือแผงไฟฟ้าสู่อุปกรณ์) ซึ่งจะมีติดตั้งอยู่ในตู้มาตั้งแต่แรก ทำให้ตัวเครื่องแบบปลั๊กออนมีราคาสูงกว่า แต่ช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- ตู้คอนซูมเมอร์แบบรางปีกนก (Din-Rail) แบบรางปีกนก จะใช้สายไฟเชื่อมต่อเบรกเกอร์แล้วเดินสายจากเมนเบรกเกอร์ไปยังเบรกเกอร์ลูกย่อยที่อยู่ในรางจนครบ จะใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมากกว่าแบบปลั๊กออน แต่ราคาตู้คอนซูมเมอร์แบบรางปีกนกจะมีราคาถูกกว่า และมีความทนทานและมีอายุการใช้งานที่มากกว่า
การเลือกตู้คอนซูมเมอร์
ควรพิจารณาจากจำนวนช่องภายในตู้เป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีจำนวนช่องให้เลือกตั้งแต่ 4 ช่อง ไปจนถึง 20 ช่อง ขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่น ซึ่งแต่ละช่องจะสามารถรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทั้งแบบชิ้นเดียว เช่น แอร์ หรือหลายชิ้น เช่น หลอดไฟ ดังนั้นการเลือกตู้คอนซูมเมอร์ควรเผื่อช่องสำหรับติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในอนาคตไว้ด้วย ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเผื่อไว้ 2-3 ช่อง
สนใจสั่งซื้อ ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต
บทความที่เกี่ยวข้อง
มิเตอร์ไฟฟ้าแบบจานหมุน มีการอ่านค่าช้า ทำให้การอ่านค่าไฟฟ้าไม่เสถียร ส่วนมิเตอร์ไฟฟ้าแบบดิจิตอล อ่านค่าเสถียรมากกว่า รวดเร็ว และอ่านค่าไฟฟ้าได้แม่นยำ
เบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกัน การเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร มีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่การใช้งาน ทั้งในอาคาร บ้านเรือน หรือในอุตสาหกรรมเอง
หลายคนเวลาจะซื้อ หลอดไฟ LED มักเข้าใจว่ายิ่งวัตต์ (W) สูง ยิ่งสว่างมาก แต่จริงๆ แล้วการเลือก หลอดไฟ LED ให้ได้ความสว่างตรงตามความต้องการ ควรดูที่ค่า "ลูเมน (Lumen)" มากกว่าค่าวัตต์


