IP Rating คืออะไร? เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน

IP Rating คืออะไร? เข้าใจมาตรฐาน IP65, IP66, IP67, IP68 เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อเลือกซื้อ อุปกรณ์ไฟฟ้า, โคมไฟ LED, หลอดไฟ LED, ปลั๊กไฟ, กล่องกันน้ำ หรืออุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งภายนอกอาคาร หลายคนมักเห็นคำว่า IP Rating, IP65, IP66, IP67 หรือ IP68 แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร
บทความนี้จะอธิบายว่า IP Rating คืออะไร และช่วยให้คุณเลือกอุปกรณ์ที่มี IP Rating เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างถูกต้อง
IP Rating คืออะไร?
IP Rating (Ingress Protection Rating) คือมาตรฐานที่ใช้บอกระดับการป้องกัน ฝุ่น (Dust Protection) และ น้ำ (Water Protection) ของอุปกรณ์ไฟฟ้า
ตัวเลขหลังคำว่า IP จะมีทั้งหมด 2 หลัก เช่น
IP20
IP44
IP54
IP65
IP66
IP67
IP68
โดยแต่ละหลักมีความหมายแตกต่างกัน
ตัวเลขหลักแรก = ระดับการป้องกันฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม
ตัวเลขหลักที่สอง = ระดับการป้องกันน้ำ
ยิ่งตัวเลขสูง ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันมากขึ้น
หากอุปกรณ์มี IP65, IP66, IP67 หรือ IP68 จะหมายความว่ามีค่า 6 เป็นตัวแรก จึงสามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์
ควรเลือก IP Rating แบบไหนดี?
การเลือก IP Rating ควรพิจารณาจากสถานที่ติดตั้ง
1. ใช้งานภายในอาคาร
เช่น บ้านพัก, สำนักงาน,ห้องประชุม
แนะนำ IP20 ขึ้นไป
2. ใช้งานภายนอกอาคาร
เช่น ลานจอดรถ, โรงงาน, หน้าบ้าน, สนาม, ป้ายโฆษณา
แนะนำ IP65 หรือ IP66
3. พื้นที่เปียกหรือมีน้ำขัง
เช่น บ่อน้ำ, น้ำพุ, ริมสระว่ายน้ำ, พื้นที่น้ำท่วมถึง
แนะนำ IP67 หรือ IP68
สรุป IP Rating
IP Rating เป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยบอกว่าอุปกรณ์สามารถป้องกันฝุ่นและน้ำได้มากน้อยเพียงใด การเลือก IP65, IP66, IP67 หรือ IP68 ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และลดโอกาสเกิดความเสียหายจากฝุ่นหรือความชื้น
หากต้องเลือกซื้อ โคมไฟ LED, หลอดไฟ LED, อุปกรณ์ไฟฟ้า, กล่องกันน้ำ, ปลั๊กไฟ, สวิตช์ไฟ หรืออุปกรณ์ติดตั้งภายนอกอาคาร ควรตรวจสอบ IP Rating ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริง


